[Vision Exclusive] SFLEX ปรับเกมผลิต ยันสินค้าไม่ขาดตลาด

หุ้นวิชั่น – SFLEX ปรับแผนการผลิตรับวัตถุดิบตึงตัว หลังราคาพลังงานพุ่งดันต้นทุนเม็ดพลาสติกสูงและบางชนิดขาดตลาด หันใช้ฟิล์ม PET ทดแทน OPA ในบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ พร้อมสื่อสารลูกค้ารักษาการส่งมอบต่อเนื่อง แย้มแนวโน้มไตรมาสแรกยอดขายโตดี ออเดอร์เพิ่ม ลุ้นยอดขายปีนี้เกินเป้า 2.2 พันล้านบาท จากราคาขายสูง
นายสมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX ผู้เชี่ยวชาญผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า ด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ได้ผลักดันให้ราคาพลังงาน ทั้งราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (LNG) ปรับตัวขึ้น ส่งผลกระทบมายังต้นทุนเม็ดพลาสติกสูง และขาดตลาดชั่วคราว
จากปัจจัยข้างต้น บริษัทฯ ได้มีการปรับโครงสร้างการผลิตใหม่ ผ่านการหาฟิล์มประเภทอื่นมาทดแทน การผลิตบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ โดยจากเดิมการผลิตบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ จะใช้ฟิล์ม OPA (Oriented Polyamide หรือ Nylon) สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการความแข็งแรงสูงและความทนทานต่อแรงกระแทก เนื่องจาก OPA มีคุณสมบัติเด่นในการยืดตัวและทนต่อการเจาะทะลุได้ดีกว่าฟิล์มชนิดอื่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ แต่ด้วยการขาดแคลนวัตถุดิบชั่วคราว และมีราคาสูงมากในช่วงนี้ ทำให้ SFLEX ต้องมีการปรับแผนการผลิต โดยใช้ฟิล์ม PET (Polyethylene Terephthalate) เข้ามาทดแทน เนื่องจาก PET ไม่ขาดตลาด
อย่างไรก็ตามเดิมที่ PET มักถูกนำไปใช้ผลิตซองบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก แต่เมื่อนำมาทดแทนฟิล์ม OPA ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ขนาดใหญ่ อาจส่งผลให้คุณสมบัติของบรรจุภัณฑ์ไม่เหมือนเดิม โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ก็ได้มีการเจรจากับทางลูกค้า ถึงปัญหาดังกล่าวให้รับทราบ และส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
“ในช่วงนี้ต้องยอมรับว่า Petroleum-based แพงหมด เพราะขาดตลาด ซึ่งเราก็ได้มีการสื่อสารกับทางลูกค้าไปทั้งหมดแล้ว เพื่อให้มีผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ก็คาดหวังว่าสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางในขณะนี้จะถูกแก้ไข้ได้อย่างรวดเร็ว”
สำหรับ SFLEX ยืนยันว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ และยังสามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังการผลิต หรือคิดเป็นราว 80% ของกำลังการผลิตรวม แม้วัตถุดิบบางประเภทจะขาดตลาดชั่วคราว ต้นทุนสูงขึ้น แต่ด้วยการขายให้กับลูกค้าเจ้าใหญ่ ซึ่งมีการคำนวณโครงสร้างที่ชัดเจนอยู่แล้ว จึงกระทบกำไรไม่มาก
ขณะที่ด้านยอดขายถือว่าเป็นผลดี เนื่องจากมีโอกาสจะทำได้ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ราว 2.2 พันล้านบาทในปีนี้ เป็นไปตามราคาขายที่เพิ่มขึ้น ในปริมาณการขายเท่าเดิม
นายสมโภชน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เบื้องต้นบริษัทฯ คาดว่ายอดขายจะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการเดินเครื่องกำลังการผลิตเต็มกำลัง พร้อมกับเริ่มเห็นกำลังการผลิตของเครื่องจักรใหม่เข้ามาเสริมทัพด้วย สะท้อนได้ว่าปริมาณงาน หรือออเดอร์ผลิตของ SFLEX มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของบรรจุภัณฑ์ประเภทซอง (Pre Form Pouch)
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision
อ้างอิง: [Vision Exclusive] SFLEX ปรับเกมผลิต ยันสินค้าไม่ขาดตลาด