ความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญ
พัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา มีดังนี้

ปี 2567
- เดือนมีนาคม อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) จำนวนไม่เกิน 50 ล้านบาท หรือไม่เกิน 19 ล้านหุ้น
- เดือนตุลาคม รับรางวัล SET Awards 2567 ประเภทรางวัล Best Company Performance Awards และรางวัล Outstanding CEO Awards
- เดือนพฤศจิกายน รับรางวัล CAC CHANGE AGENT Award 2567.


ปี 2566
- เดือนกรกฎาคม จัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต โดยจดทะเบียนบริษัท “SFLEX Investment Pte. Ltd.” ที่ประเทศสิงค์โปร์
- เดือนตุลาคม อนุมัติออกตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ที่มีการจัดลำดับ (Rated Debenture) มูลค่าไม่เกิน 600 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
- เดือนพฤศจิกายน บริษัทได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองการแสดงคาร์บอนฟุตพริ้นขององค์กร
- เดือนธันวาคม เข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 25 ใน Starprint Vietnam Joint Stock Company (SPV) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษแข็งแบบพับได้ (Offset Folding Carton) ที่มีชื่อเสียงในประเทศเวียดนาม


ปี 2565
- เดือนเมษายน จัดตั้งบริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ร่วมกับบริษัท ไทยยูเนี่ยนกราฟฟิกส์ จำกัด โดยจดทะเบียนบริษัทชื่อ “บริษัท สตาร์ยูเนี่ยน แพคเกจจิ้ง จำกัด” ทั้งนี้บริษัทเข้าถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 51 โดยการร่วมทุนครั้งนี้ บริษัทร่วมทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นผู้ผลิตสินค้าบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน เพื่อรองรับความต้องการของบริษัทในกลุ่มไทยยูเนี่ยน
- เดือนสิงหาคม แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาด้านความยั่งยืน เป็นคณะกรรมการชุดย่อย
- เดือนสิงหาคม เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ “การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน”
- เดือนธันวาคม อนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน (Treasury Stock) จำนวนไม่เกิน 100 ล้านบาท หรือไม่เกิน 30 ล้านหุ้น

ปี 2564
- บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน GHPs (Good Hygiene Practice), จาก SGS (ประเทศไทย)
- บริษัทได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นสามัญโดยได้ออกหุ้นสามัญเพิ่มจำนวน 184.5 หุ้นเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ SFLEX-W1 และ SFLEX-W2
- จดทะเบียนเพิ่มทุน บริษัท พี เอส พลัส คอนซัลติ้ง จำกัด (บริษัทย่อย) จากทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท เป็น 20 ล้านบาท โดยมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วจำนวน 6.5 ล้านบาท
- คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้เข้าร่วมทุนกับ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ผลิตและจำหน่าย บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและร่วมมือการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในอนาคต

ปี 2563
- อนุมัติก่อสร้างโรงงาน และโกดังสินค้าใหม่ พื้นที่ประมาณ 12,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิต
- ลงทุนติดตั้งเครื่องเป่าฟิล์มพลาสติก (Blown film) ขนาดฟิล์มกว้าง 1,800 มิลลิเมตร โดยมีกำลังการผลิตที่ 500 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนวัตถุดิบประเภทฟิล์ม

2562
ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ดำเนินการดังนี้
- แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด
- เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 100 บาท เป็น 0.50 บาท
- เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 110 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 300 ล้านบาท เป็น 410 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 220 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งมีรายละเอียดการจัดสรรดังนี้
(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 198 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชน
(2) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 22 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ
ในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ให้เสนอขายหุ้นสามัญใหม่ที่เหลือดังกล่าวให้แก่ประชาชนต่อไป
เพื่อขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2562 บริษัทฯ ได้เช่าโรงงานและอาคารสำนักงาน ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 470/3-4 หมู่ที่ 5 ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ รวมเนื้อที่ 5,300 ตารางเมตร (โรงงาน 2) จากบริษัท เอ็น.เอส.พี.เค จำกัด รวมทั้งซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมมูลค่า 38.85 ล้านบาท จากบริษัท โฮลี่ พลาส จำกัด ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
เริ่มดำเนินการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนของโรงงาน 2 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2562


ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2562 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จากหุ้นละ 0.50 บาท เป็น 1 บาท ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดจำนวน 300 ล้านหุ้น โดยภายหลังการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้โดยการรวมมูลค่าหุ้น จะทำให้จำนวนหุ้นสาม้ญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ที่จัด สรรเพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering) และเพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เปลี่ยนแปลงเป็นดังนี้
- หุ้นสามัญใหม่จำนวน 99,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering)
- หุ้นสามัญใหม่จำนวน 11,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ
- บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลในปี 2562 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 105 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 30 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 90 ล้านบาท
- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 5/2562 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล ในอัตราหุ้นละ 0.025 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 15 ล้านบาท - วันที่ 19 ธันวาคม 2562 บริษัทฯได้เข้าทำการซื้อขายเป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลในปี 2562 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 105 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

2561
ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSSC 22000 จากสถาบัน UKAS ประเทศอังกฤษ
เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 50 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 250 ล้านบาท เป็นจำนวน 300 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
บริษัทฯ มีการจ่ายปันผลในปี 2561 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 133.33 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 31.11 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 77.78 ล้านบาท
- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 22.22 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 55.55 ล้านบาท

2560
เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต บริษัทฯ ลงทุนซื้อที่ดินเปล่า 4 โฉนด รวมเนื้อที่ 13 ไร่ 28 ตารางวา ซึ่งอยู่ด้านข้างโรงงาน จากนางสาวฟ้า แซ่ลือ ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
2558
ลงทุนซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นอาคารโรงงานและสำนักงานของบริษัทฯ (จากเดิมเป็นการเช่า) จากบริษัท บางเพรียง พัฒนา จำกัด ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ โดยรายละเอียดของทรัพย์สินที่ซื้อ ประกอบด้วย ที่ดินจำนวน 5 โฉนด เนื้อที่รวมจำนวน 18 ไร่ 3 งาน 86 ตารางวา อาคารโรงงาน และสำนักงาน 2 ชั้น
2557
ได้รับการรับรองมาตรฐาน FSSC 22000 จาก SGS (ประเทศไทย)
ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) จาก SGS (ประเทศไทย)
ได้รับการรับรองมาตรฐาน HACCP Codex Alimentarius จาก SGS (ประเทศไทย)


2554
เริ่มผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนประเภทซองรูปแบบ 4-Sided Seal Pouch
2553
ย้ายที่ตั้งโรงงานจากเลขที่ 128/345 ซอยไทยประกัน ถนนเทพารักษ์ หมู่ที่ 1 ตำบลบางเสาธง กิ่งอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ มาที่เลขที่ 189/48-49 หมู่ที่ 3 ตำบลบางเพรียง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานในปัจจุบัน โดยบริษัทฯ เช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นอาคารโรงงานและสำนักงานดังกล่าวจากบริษัท บางเพรียง พัฒนา จำกัด ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ
2549
เริ่มผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนประเภทซองรูปแบบ Stand-up Pouch และ 3-Sided Seal Pouch

2548
ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) และ ISO 9001:2005 จาก Bureau Veritas
2547
รับโอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) จากบริษัท สตาร์ปริ๊นท์ จำกัด (มหาชน) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 ซึ่งโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่เลขที่ 128/345 และเลขที่ 128/240 ซอยไทยประกัน ถนนเทพารักษ์ หมู่ที่ 1 ตำบลบางเสาธง กิ่งอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
เริ่มผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนที่เป็นม้วนฟิล์ม (Roll Form) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่เป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภค
2546
จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ในชื่อ “บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด” เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2546