บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม

บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม โดยตระหนักว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน

ในฐานะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน (Flexible Packaging) บริษัทฯ มีความเกี่ยวข้องกับพนักงาน คู่ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า และชุมชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน บริษัทฯ จึงมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนสากล พร้อมสนับสนุนสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เป็นธรรม และปราศจากการเลือกปฏิบัติ

บริษัทฯ ดำเนินงานภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) และแนวทาง ESG (Environmental, Social and Governance) โดยยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนตามแนวทางสากล เช่น หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) และหลักการด้านแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

เป้าหมายด้านสิทธิมนุษยชน

  • เคารพและปกป้องสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
  • ป้องกันการเลือกปฏิบัติ การคุกคาม และการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกรูปแบบ
  • ส่งเสริมความเสมอภาค ความหลากหลาย และการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
  • ไม่สนับสนุนแรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม
  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
  • ส่งเสริมให้คู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจดำเนินงานตามหลักสิทธิมนุษยชน

แนวทางการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

1. การเคารพสิทธิแรงงานและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

บริษัทฯ ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา เพศ อายุ ภาษา ความคิดเห็นทางการเมือง สถานภาพทางสังคม หรือความแตกต่างอื่นใด

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่เป็นธรรม การกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม การดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงเคารพสิทธิของพนักงานตามกฎหมายแรงงานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็น และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กร

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนที่องค์กรระดับสากลนำมาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลและห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ มีนโยบายไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ หรือการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ ทั้งภายในองค์กรและตลอดห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบกระบวนการจ้างงานให้เป็นไปตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัด พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติในการคัดเลือกและบริหารคู่ค้า เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรมและเคารพสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเหมาะสมกับการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในกระบวนการผลิตฟิล์มพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม สารเคมี และระบบการผลิตเฉพาะทาง

บริษัทฯ มีมาตรการควบคุมความปลอดภัย การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) การตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและผลกระทบด้านสุขภาพจากการทำงาน

รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านความปลอดภัย (Safety Culture) และการมีส่วนร่วมของพนักงานในการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ ตระหนักว่าความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอาจเกิดขึ้นได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและประเมินคู่ค้าทางธุรกิจ โดยพิจารณาทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการดำเนินงาน จริยธรรมธุรกิจ และการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ สนับสนุนให้คู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน มาตรฐานด้านความปลอดภัย และข้อกำหนดด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงส่งเสริมแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลักการบริหารห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนที่องค์กรระดับสากลให้ความสำคัญในการประเมินความเสี่ยงด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ เปิดช่องทางรับข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะจากพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชน จริยธรรม หรือข้อกำหนดของบริษัทฯ ได้อย่างเหมาะสม

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลและการรักษาความลับของผู้ร้องเรียน พร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และปราศจากการตอบโต้ผู้แจ้งเบาะแส

รวมถึงมีการนำข้อเสนอแนะและผลการตรวจสอบมาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและมาตรการป้องกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร

การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) เป็นประจำทุกปี เพื่อระบุความเสี่ยง กำหนดมาตรการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน โดยมีขอบเขตครอบคลุมทุกกิจกรรมของบริษัทและครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Groups) ได้แก่ สตรี เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (Third Party Labour) ผู้พิการ สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งกระบวนตรวจสอบและประเมินดังกล่าว ถูกพัฒนาขึ้นตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGPs) ซึ่งประกอบด้วย การประกาศนโยบายสิทธิมนุษยชน การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน การบูรณาการและการจัดการภายใน การติดตามและรายงานประสิทธิภาพ และการเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญในปี 2568

แนวทางการดำเนินงานเพื่อป้องกัน และแก้ไขสำหรับประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบ และจำนวนบริษัท แนวทางการป้องกันและแก้ไข การตรวจสอบติดตามผล
สุขภาพและความปลอดภัย พนักงานของ Starflex และบริษัทย่อย และบริษัทร่วม
  • มีคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อควบคุมมาตรการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  • มีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
  • จัดการอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมให้กับพนักงาน ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย เช่น จัด Morning Safety Talk
  • จัดเตรียมจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้พนักงานได้ใช้ป้องกันอันตรายจากการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสอบสภาพแวดล้อมในการทำงานและเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดเป็นประจำ เพื่อลดอุบัติเหตุหรือความเสียหายต่อพนักงาน
  • จัดการซ้อมแผนฉุกเฉิน ฝึกซ้อมดับเพลิง และฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ
  • ส่งเสริมเรื่องสุขภาพ โดยจัดให้มีการตรวจสุขภาพ และสารเสพติดแก่พนักงานประจำปี
  • มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนจากพนักงาน (กล่องแสดงความคิดเห็น)
  • ความถี่ของอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต = 0
  • ความถี่ของอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) = 0.38
  • ความถี่ของการเกิดโรคจากการทำงาน = 0
สุขภาพและความปลอดภัย คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • ฝึกอบรมขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย ก่อนเข้าปฏิบัติงาน พร้อมตรวจสอบอุปกรณ์การทำงาน อุปกรณ์ PPE เฉพาะงานให้มีสภาพพร้อมใช้ และเพียงพอ
  • จัดให้มีระบบการอนุญาตทำงาน ในงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น งานที่ก่อให้เกิดเปลวไฟ ประกายไฟ งานที่อับอากาศ งานที่สูง เป็นต้น
  • ความถี่ของอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิต = 0 2.
  • ความถี่ของอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) = 0
  • ความถี่ของการเกิดโรคจากการทำงาน = 0

หมายเหตุ :

  • 100% ของการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว
  • 100% ของ Critical Supplier Tier 1 ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนแล้ว

การเยียวยา กรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยมุ่งมั่นป้องกันและลดความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท ทั้งต่อพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ผู้รับเหมา ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่พบหรือได้รับแจ้งเหตุอันอาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทมีกระบวนการมาตรฐานในการรับเรื่อง ตรวจสอบ ประเมินผลกระทบ และดำเนินการเยียวยาอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ร้องเรียนและผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

กระบวนการเยียวยากรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ประกอบด้วย

  1. การรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเหตุ

    บริษัทเปิดช่องทางให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนกรณีที่สงสัยหรือพบการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทจะรักษาความลับของข้อมูลและคุ้มครองผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสจากการถูกตอบโต้หรือการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

  2. การตรวจสอบข้อเท็จจริง

    บริษัทดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม โดยพิจารณาข้อมูลและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับการรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเหมาะสม

  3. การประเมินผลกระทบและระดับความรุนแรง

    บริษัทประเมินลักษณะ ขอบเขต และระดับความรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขและเยียวยาที่เหมาะสมกับแต่ละกรณี

  4. การกำหนดและดำเนินมาตรการเยียวยา

    หากพบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะกำหนดมาตรการเยียวยาตามความเหมาะสมของกรณี โดยอาจครอบคลุมการแก้ไขผลกระทบ การชดเชยหรือการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการดำเนินการทางวินัยหรือมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายและระเบียบของบริษัท

  5. การติดตามผลและป้องกันการเกิดซ้ำ

    บริษัทติดตามผลการดำเนินการเยียวยาและประเมินประสิทธิผลของมาตรการที่กำหนด รวมถึงทบทวนกระบวนการทำงานและกำหนดมาตรการป้องกัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะเดียวกันอีก

ผลการดำเนินงานปี 2568

บริษัทฯ ไม่ได้รับการแจ้งหรือมีข้อร้องเรียนด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท จึงไม่มีการดำเนินการเยียวยา ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงประเมินและตรวจสอบความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี